วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561

วันออกพรรษาหรือวันมหาปวารณา




Cr.www.dmc.tv


ประวัติความเป็นมาของการทำปวารณาในวันออกพรรษา เกิดขึ้นจากครั้งเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับจำพรรษาอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี มีพระภิกษุกลุ่มหนึ่งแยกย้ายกันจำพรรษาอยู่ อารามรอบๆพระนคร พระภิกษุเหล่านั้นเกรงจะเกิดความขัด แย้งกัน จนอยู่ไม่เป็นสุขตลอดพรรษาจึงได้ตั้งกติกากันว่า จะประพฤติมูขวัตร คือการนิ่งไม่พูดจากันตลอด 3 เดือน และได้ถือปฏิบัติกันมาตลอดพรรษา

เมื่อถึงวันออกพรรษาพระภิกษุเหล่านั้นก็ได้พากันเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระเชตะวันมหาวิหาร แล้วกราบทูลเรื่องทั้งหมดให้พระพุทธองค์ทรงทราบ


พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตำหนิ และทรงมีพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุกระทำการปวารณาต่อกันว่าภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลายผู้จำพรรษาแล้ว ปวารณากันใน  ลักษณะ คือ ด้วยการเห็นก็ดี ด้วยการได้ยินก็ดีด้วยการสงสัยก็ดี

Cr.www.dmc.tv


ดังนั้นในวันออกพรรษา จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันมหาปวารณา ซึ่งเป็นวันเดียวกันตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปีแต่ถือกันคนละความหมายคือ วันออกพรรษา คือวันที่สิ้นสุดของการอยู่จำพรรษา หรือพูดง่ายๆว่า วันสุดท้ายที่ต้องอยู่จำพรรษาในแต่ละปีและพระสงฆ์จะต้อง อยู่ให้ครบอีก 1 ราตรี จึงจะครบถ้วนบริบูรณ์

ส่วนวันมหาปวารณาคือการทำปวารณาครั้งใหญ่ หมายถึงวันที่พระภิกษุสงฆ์ทุกรูปทั้งพระผู้ใหญ่และพระผู้น้อย ต่างเปิดโอกาสอนุญาตแก่กันและกันให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ด้วยจิตที่เมตตา

cr.www.dmc.tv

โดยมีคำกล่าว “ปวารณา” เป็นภาษาบาลีว่า

สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ทิฏเฐนะ วา สุเตนะ วา ปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัส๎มันโต อะนุกัมปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปะฏิกกะริสสามิฯ 


 ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญกระผมขอปวารณาต่อสงฆ์ หากท่านทั้งหลายได้เห็น ได้ยินหรือสงสัยว่า ผม ได้ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขอท่านทั้งหลาย โปรดอนุเคราะห์ว่ากล่าวตักเตือน
กระผมด้วย เมื่อกระผมมองเห็นแล้วจะประพฤติตัวเสียใหม่ให้ดี


ที่มา : ปกิณณวินัย

การอยู่จำพรรษารวมกันตลอดระยะเวลา 3 เดือน อาจมีข้อประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น โดยรู้เท่าไม่ถึงการหรือมองไม่เห็นเสมือนผงเข้าตาตนเอง แม้ผงจะอยู่ชิดติดกับลูกในตาเราก็ไม่สามารถมองเห็นผงนั้นได้

จึงจำเป็นต้องไหว้วานขอร้องผู้อื่นให้มาช่วยดู หรือต้องใช้กระจกส่องดู เพราะฉะนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงใช้วิธีการปวารณา ให้ว่ากล่าวตักเตือนซึ่งกันและกันได้ เพื่อพระภิกษุที่ได้เห็นหรือแม้แต่ได้ยินได้ฟังเรื่องไม่ดีไม่งามอะไรก็ตาม ให้กล่าวแนะนำตักเตือนได้ คือ พระผู้มีพรรษามากก็กล่าวตักเตือนพระผู้มีพรรษาน้อยได้ และพระผู้พรรษาน้อยก็สามารถกล่าวชี้แนะถึงข้อบกพร่องของพระผู้มีพรรษามากได้เช่นกัน โดยที่พระผู้มีพรรษามาก ท่านก็มิได้สำคัญตนผิดคิดว่าท่านทำอะไรแล้วถูกไปหมด ทุกอย่างการกล่าวปวารณาเท่ากับเป็นการช่วยระมัดระวังข้อประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดีของพระรูปหนึ่งก่อนที่จะลุกลามก่อความเสื่อมเสียไปถึงพระหมู่มากและลุกลามไปถึงพระพุทธศาสนาได้ ท่านจึงใช้วิธีป้องกันไว้ก่อนดี กว่าการแก้ไขในภายหลังการปวารณาที่พระภิกษุทั้งหลาย

จุดมุ่งหมายของการปวารณาคือ

1.เป็นกรรมวิธีลดหย่อนผ่อนคลายข้อขุ่นข้องคลางแคลง ที่เกิดจากความระแวงสงสัยให้หมดไปในที่สุด
2.เป็นทางประสานรอยร้าวที่เกิดจากผลกระทบกระทั่งในการอยู่ร่วมกัน
ให้มีโอกาสกลับคืนดีด้วยการให้โอกาสได้ปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน
3.เป็นทางสร้างเสริมความสามัคคีในหมู่ให้กลมเกลียว อยู่ร่วมกันอย่างสนิทใจ
4.เป็นแนวปฏิบัติให้เกิดความเสมอภาคกันในการแสดงความคิด สามารถว่ากล่าวตักเตือนได้โดยไม่จำกัดด้วยยศ ชั้นพรรษาและวัย
5.ก่อให้เกิดภราดรภาพคือความรู้สึกเป็นมิตรชิดเชื้อปรารถนาดี เอื้อเฟื้ออาทรเป็นพื้นฐานนำไปสู่พฤติกรรมอันพึงประสงค์ที่ดีงามคล้ายๆกัน เรียกว่าศีลสามัญญตา

อานิสงส์ของการปวารณา ได้แก่

1.ทำให้เกิดความบริสุทธิ์ในเพศบรรพชิต ทั้งทางกาย วาจาและใจ เป็นการคลายความสงสัยระแวงให้หมดไปในที่สุด
2.พระภิกษุทุกรูปจะรู้ข้อบกพร่องของตนเองและจะได้ปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น โดยฝึกความอดทนต่อการว่ากล่าวตักเตือนได้เป็นการเปิดใจยอมรับฟังผู้ชี้ขุมทรัพย์ให้
3.พระภิกษุทุกรูปจะได้ขอคมากันและกัน เพื่อที่จะไม่ถือโทษโกรธเคืองกันในภายหลัง ด้วยความรักและปรารถนาดีและให้อภัยซึ่งกันและกัน จะทำให้อยู่ร่วมกันในหมู่คณะอย่างผาสุก
4.เป็นการสร้างความสมัครสมานสามัคคีในสังฆมณฑลให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยการส่งเสริมและสนับสนุนในการทำงานพระพุทธศาสนาเป็นทีม
5.ทำให้คณะสงฆ์มีความเป็นปึกแผ่นแน่นเหนียวยากแก่การถูกทำลายจากผู้ไม่หวังดีต่อพระพุทธศาสนา

การปวารณาจึงเป็นการกระทำเพื่อหวังความเจริญ เพื่อเกิดประโยชน์ทั้งต่อส่วนตัวและส่วนรวมโดยเพื่อนสหธรรมิกด้วยกันเอง ตักเตือนกันเองได้ โดยธรรม






อีก 9 วันก็ถึงวันมหาปวารณาออกพรรษา วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 11
ปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2561 พวกเราเหล่าพุทธบริษัท 4 จะได้ถือโอกาสนี้ปฏิบัติตามธรรมเนียมอันดีงามนี้ โดยการปวารณากับบุคคลข้างเคียงให้สามารถว่ากล่าวตักเตือนได้ เพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ในการสร้างบารมี ต่อไปในภายภาคหน้า  






บทสวดธัมมจักกัปปวัตนสูตร, 3 จบ ไม่มีบทขัด, ภาพพระมหาธรรมกายเจดีย์
cr.www.dmc.tv


 วันมหาปวารณาออกพรรษา

เรียนเชิญผู้มีบุญทุกท่านร่วมสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
ให้ได้788,888,888 จบ เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา
ณ วัดพระธรรมกาย เพื่อยังความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและคนที่เรารัก
รักและปรารถนาดีใครชวนกันมา 
พระพุทธศาสนาเข้มแข็ง เจริญรุ่งเรือง เป็นทั้งที่พึ่ง
ที่ระลึกแก่มวลมนุษย์ชาติตราบนาน เท่านาน
ขอกราบอนุโมทนาบุญ สาธุ



วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561

เหตุแห่งโรคข้อเสื่อม ควรทำอย่างไรให้วิบากเบาบาง



โรคภัยไข้เจ็บนับวันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นไปตามลำดับความเจริญของโลก เทคโนโลยีเจริญขึ้นมากเท่าใดโรคภัยไข้เจ็บก็เกิดมากขึ้นเหมือนเงาตามตัวฉันนั้น
โรคภัยไข้เจ็บบางโรคก็หาสาเหตุและหาวิธีการรักษาเจอ
บางโรคก็สามารถป้องกันไม่ให้มันเกิดได้
บางโรคเวลาเป็นแล้วก็หาวิธีรักษาจนหายขาดได้
บางโรคเกิดแล้วรักษาอย่างไรก็ไม่หายและไม่สามารถหาวิธีป้องกันโรคได้
บางโรคก็ไปแส่หามาเอง ทุกโรคล้วนมีที่มาที่ไป มีเหตุและมีผลรองรับ คือ
ล้วนมาจากการกระทำที่ตนทำไว้ทั้งสิ้น
ปัจจุบันมีโรคต่างๆมากมายที่เกิดขึ้น เรามาศึกษาถึงโรคภัยต่างๆมีโรค
อะไรบ้างมาดูกันเลย(คลิก)แหล่งรวมข้อมูลโรงพยาบาลและแพทย์

แต่ขอยกตัวอย่างเกี่ยวกับโรคข้อเสื่อม เรามาศึกษากันดูถึงสาเหตุแห่งโรคและวิธีการป้องกัน

ยุคไอทีเป็นยุคที่ทำงานแข่งกับเวลา ทำอะไรท่าเดิมๆบางทีทำจนลืมดูเวลาเงยหน้ามาอีกทีก็หมดเวลาไปแล้วหนึ่งวัน สรีระยนต์ร่างกายของมนุษย์เราถูกใช้ไปอย่างถล่มทะลาย   


โรคข้อเสื่อม
ข้อเสื่อม (Osteoarthritis) เป็นโรคข้อเรื้อรังที่พบมากที่สุด พบบ่อยที่ข้อเข่า ข้อมือ และข้อสะโพก พบมากในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป เพศหญิงพบมากกว่าเพศชาย การเสื่อมของ ข้อจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ การดำเนินโรคใช้ระยะเวลานานหลายปีกว่าจะเริ่มแสดงอาการปวด 

โรคข้อเสื่อม แก้ไขต้นเหตุได้ด้วยกลูโคซามีน ซัลเฟต
Spine =  กระดูกสันหลัง
Hip    =  สะโพก
Knee  =  เข่า
Foot   =  เท้า
Hand  =  มือ

โรคข้อเสื่อมเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ข้อเสื่อมเกิดจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลายจากการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีและทางชีวกลศาสตร์ภายในข้อและภายในร่างกาย ทำให้ไม่สามารถซ่อมแซมกระดูกอ่อนผิวข้อได้ทันกับการถูกทำลาย เนื่องจากกระดูกอ่อนผิวข้อมีเลือดมาเลี้ยงน้อย เซลล์กระดูกอ่อนได้รับสาร อาหารและออกซิเจนไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถสังเคราะห์สารต่างๆที่จำเป็นในการซ่อมแซมกระดูกอ่อนผิวข้อได้ ส่งผลให้ข้อที่เสื่อมไม่สามารถรับน้ำหนักที่เกิดจากการทำกิจวัตรประจำวันได้ 
กระดูกอ่อนผิวข้อนอกจากมีเลือดมาเลี้ยงน้อยแล้วยังไม่มีเซลล์ประสาทรับความรู้สึกเจ็บ ปวดอยู่ด้วย ผู้ที่มีข้อเสื่อมในระยะแรกจึงไม่เกิดอาการปวดจนกว่าข้อที่เสื่อมจะเกิดกระบวนการในการอักเสบ มีหลอดเลือดและเส้นประสาทงอกเข้าไป หรือผิวข้อสึกรุนแรงมากจนถึงเนื้อกระดูกใต้กระดูกอ่อนผิวข้อ ผู้ป่วยจึงจะเกิดอาการปวด



โรคข้อต่างๆเสื่อม


อะไรคือปัจจัยเสี่ยงของโรคข้อเสื่อม?

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดข้อเสื่อมหรือทำให้โรคลุกลามมากขึ้นได้แก่ อายุ เพศหญิง กิจกรรมที่ทำให้ข้อรับน้ำหนักมาก โรคอ้วน เคยได้รับบาดเจ็บที่ข้อนั้นๆมาก่อน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดข้อ (เข่า สะโพก มือ) เสื่อมหรือทำให้โรคลุกลามมากขึ้นได้แก่
อายุ ยิ่งอายุมาก ยิ่งมีโอกาสเกิดข้อเสื่อมมาก
เพศหญิง มีโอกาสเกิดข้อเสื่อมมากกว่าเพศชาย
ระดับการทำกิจกรรมในแต่ละวันสูง การเล่นกีฬาที่ทำให้เกิดแรงกระทำต่อข้อมาก
โรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน
เคยได้รับบาดเจ็บที่ข้อนั้นๆมาก่อน
แนวกระดูกที่ประกอบเป็นข้อผิดรูป เช่น มีเข่าโก่งกรรมพันธุ์
เยื่อบุข้ออักเสบเรื้อรัง ข้อต่างๆสม่ำเสมอ และ นั่ง นอน เดิน ลุกขึ้น ยกของ ให้ถูกวิธี โดยขอคำปรึกษาวิธีการที่ถูกต้องจาก แพทย์ ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ พยาบาล และ/หรือ นักกายภาพบำบัด

ข้อเสื่อม พบบ่อยที่ ข้อเข่า ข้อมือ และข้อสะโพก พบมากในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป เพศหญิงพบมากกว่าเพศชาย สาเหตุข้อเสื่อมเกิดจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลายจากการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีและชีวกลศาสตร์ภายในข้อและร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมกระดูกอ่อนผิวข้อได้ทัน ส่งผลให้ข้อที่เสื่อมไม่สามารถรับน้ำหนักที่เกิดจากการทำกิจวัตรประจำวันได้



แพทย์แนะอย่าด่วนผ่าตัด ‘ข้อเสื่อม’ ใช้วิธีชะลออาการก่อนตัดสินใจ


ผู้ป่วยจะมีอาการปวดเป็นสำคัญ อาจมีเสียงลั่นในข้อ ข้อติด บวม เคลื่อนไหวข้อลดลง
การรักษาเบื้องต้นที่สำคัญได้แก่ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการปวดเช่น การนั่งยอง คุกเข่า ขัดสมาธิ พับเพียบ งดเว้นกิจกรรมหรือเล่นกีฬาที่ทำให้เกิดแรงกระทำต่อข้อมากๆ กินยาแก้ปวดเช่น ยาพาราเซตามอล (Paracetamol)

ควรไปพบแพทย์ ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้ ข้อบวมมาก ข้อติด เนื่องจากกระดูกอ่อนผิวข้อหลุดออกมาเป็นชิ้นเข้าไปแทรกระหว่างข้อ อาการปวดไม่บรรเทา หรือรุนแรงมากขึ้น ข้อผิดรูปเช่นเข่าโก่ง

วิธีการรักษาขึ้นกับความรุนแรงของโรค ประกอบด้วยการรักษาที่ไม่ใช้ยา การรักษาด้วยยากิน หรือยาฉีด และการผ่าตัด 

Cr.ศ.นพ.กิตติ จิระรัตนโพธิ์ชัย ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์



ในทางพระพุทธศาสนา เหตุที่มาแห่งโรคภัยไข้เจ็บและความเสื่อมที่เกิดแก่เราเกิดขึ้นเพราะมนุษย์เรายังรักษาศีล 5 ให้เป็นปกติไม่ได้ หรือบางคนไม่รู้จักว่าศีล 5 คืออะไร มีกี่ข้อนั่นเอง 

อานิสงส์ในการรักษาศีล 5 ได้อะไรบ้างมาดูกัน



ในทางพระพุทธศาสนาวิธีแก้ไขวิบากกรรมปวดข้อปวดกระดูก ง่ายๆเพียงเรา



เข้าวัดบำเพ็ญบุญ ทำทาน รักษาศีลและเจริญสมาธิภาวนาเติมบุญให้ตนเอง


เติมบุญเติมบารมีด้วยการหมั่นเข้าวัดบำเพ็ญบุญ ทำทาน รักษาศีล5ให้เป็นปกติ วันโกนวันพระก็ไปวัดอาราธนาศีล8 และหมั่น เจริญสมาธิภาวนา  เลิกเบียดเบียนสัตว์ ปล่อยสัตว์ปล่อยปลาปล่อยโคให้ชีวิตสัตว์เป็นทานให้เป็นนิตย์ ด้วยผลบุญที่เราทำนี้จะไปตัดรอนวิบากกรรมให้หนักเป็นเบา ที่เบาก็จะหายไป ได้เจอหมอดียาดี ในที่สุดสุขภาพเราก็แข็งแรงโรคภัยไข้เจ็บมลายหาญสูญ บุญศักดิ์สิทธิ์เกื้อกูลชีวิตเราก็บริบูรณ์ตลอดไป



                                                                           Cr.pantip.com





ดังพุทธพจน์ว่า

อโรคยา ปรมาลาภา.
ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ.




วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561 วันครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย เรียนเชิญทุกท่านร่วมพิธีบุญใหญ่ไหว้ครูวิชชาธรรมกายในวาระครบรอบ 101 ปี ในการค้นพบวิชชาธรรมกาย พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี(สด จนฺทสโร)และร่วมสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตรให้ได้ 711,101,101 จบ







 เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา และบูชาธรรมพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี(สด จนฺทสโร)ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ณ วัดพระ-ธรรมกาย ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทำที่ท่านได้ที่เรา 


บทสวดธัมมจักกัปปวัตนสูตร, 3 จบ ไม่มีบทขัด, ภาพพระมหาธรรมกายเจดีย์


ขอกราบอนุโมทนาบุญล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ สาธุ




ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล
โรคข้อเสื่อม รูปภาพประกอบ
ภาพปล่อยโค รูปภาพประกอบ
ภาพปล่อยปลา รูปภาพประกอบ

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พิธีบุญทอดผ้าป่าสามัคคียุคพุทธกาลจวบจนปัจจุบันกาล






การทอดผ้า คือการวางผ้าด้วยความเคารพ

เดิมทีเดียว “การทอดผ้าป่า” เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยในยุคต้นๆ ของสมัยพุทธกาล เหตุเพราะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่ทรงมีพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุรับ “คฤหบดีจีวร” หรือ “จีวรที่มีผู้ถวายโดยตรง”


เทพธิดาชาลินีนำผ้าทิพย์ที่ตั้งใจถวายพระอนุรุทธะเถระ ไปวางไว้ในบริเวณที่ท่านต้องเดินผ่านมาเห็น


พิธีการทำบุญทอดผ้าป่า มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ?

แต่ก่อนที่จะได้ไปทำบุญทอดผ้าป่านี้ เราก็ควรที่จะศึกษาประวัติความเป็นมาของการทำบุญทอดผ้าป่ากันก่อนว่า  ผู้ที่เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์แห่งการทอดผ้าป่าหรือทอดผ้าบังสุกุลท่านแรกนั้นเป็นผู้ที่ไม่ธรรมดา เพราะเนื่องจากเธอเป็นถึงเทพธิดาที่อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่มีนามอันไพเราะว่า “เทพธิดาชาลินี”

ผู้ที่ต้องการถวายผ้าแด่พระภิกษุต้องนำผ้าไปทอดวางไว้ตามที่ต่างๆ เสมือนว่า ผ้านี้ทิ้งแล้ว เพื่อให้ท่านได้เก็บไปทำเป็นจีวรต่อไปhttp://bit.ly/2MUK7bq


เรื่องก็มีอยู่ว่า ในวันหนึ่ง "พระอนุรุทธะเถระ" ผู้มีจีวรเก่าได้กำลังเที่ยวแสวงหาเศษผ้าจากกองหยากเยื่อ ต่างๆ เพื่อเอาไปทำจีวร  ขณะที่พระอนุรุทธเถระกำลังเที่ยวแสวงหาเศษผ้าอยู่นั้นเทพธิดาชาลินีก็ได้ไปเห็นเข้า เธอจึงตั้งใจว่าจะเอาผ้าทิพย์ 3 ผืน ยาว 13 ศอก กว้าง 4 ศอก น้อมถวายแด่ท่าน  แต่แล้วเธอก็กลับฉุกคิดในใจได้ว่า “ถ้าเราจะถวายโดยตรงพระเถระก็จะไม่รับ”  เนื่องจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่ทรงมีพระบรมพุทธานุญาตให้รับ เทพธิดาชาลินีจึงได้น้อมนำเอาผ้าทิพย์ของเธอไปใส่ไว้ในกองหยากเยื่อ บริเวณที่พระอนุรุทธเถระท่านเดินผ่านพอดี  และเธอก็ตั้งใจให้ชายผ้าทิพย์โผล่พ้นออกมาให้ดูเห็นง่ายๆ  ทำให้พระอนุรุทธเถระท่านได้เห็นผ้าทิพย์  ท่านก็จับที่ชายผ้าแล้วดึงขึ้นมาเพื่อนำไปทำจีวรต่อไป


สมัยพุทธกาลพระภิกษุต้องเที่ยวหาผ้าที่ทิ้งแล้วมาย้อมเป็นจีวรเอง

เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ที่เป็นจุดเริ่มต้น  จึงทำให้ผู้ใจบุญในสมัยพุทธกาลเกิดความคิดที่จะทำตามแบบเทพธิดาชาลินี   ด้วยการจงใจนำผ้า ไปไว้ตามที่ต่างๆ เช่น ที่ต้นไม้,  ตามกองขยะ, กองหยากเยื่อ, ในป่า  หรือตามข้างทาง  เป็นต้น สถานที่จะวางผ้าทิ้งไว้นั้นผู้ใจบุญเห็นแล้วว่าพระภิกษุสงฆ์จะต้องเดินผ่าน  เมื่อมีพระภิกษุเดินไปพบผ้าดังกล่าวท่านก็จะหยิบและนำผ้า ไปทำเป็นจีวร เพราะถือว่าเป็นผ้าที่ไม่มีเจ้าของซึ่งผ้าชนิดนี้จะเรียกว่า “ผ้าป่า” เพราะเอามาจากป่า หรือ “ผ้าบังสุกุล” ที่แปลว่า ผ้าเปื้อนฝุ่นนั่นเอง

 

สำหรับประวัติพิธีทอดผ้าป่าในเมืองไทย

พิธีทอดผ้าป่าได้เริ่มจัดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ด้วยทรงพระประสงค์จะรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีในทางพระพุทธศาสนาไว้ให้พสกนิกรผู้อยู่ใต้พระบารมีของพระองค์

ความจริงแล้ว การทอดผ้าป่ามีอยู่อย่างเดียว คือการนำผ้าไปทิ้งไว้ดังที่กล่าวมาแล้ว แต่ในปัจจุบันนิยมทำในรูปแบบต่างๆ แตกต่างกันไป จึงมีชื่อเรียกเป็น 3 อย่าง คือ

1.ผ้าป่าหางกฐิน หรือ ผ้าป่าแถมกฐิน
2.ผ้าป่าโยง
3.ผ้าป่าสามัคคี


  ผ้าป่าหางกฐินhttp://bit.ly/2nKs6BC


1.ผ้าป่าหางกฐิน ได้แก่ผ้าป่าที่เจ้าภาพจัดให้มีขึ้น ต่อจากการทอดกฐิน คือเมื่อทำพิธีทอดกฐินเสร็จแล้ว ก็ให้มีการทอดผ้าป่าด้วยเลย จึงเรียกว่าผ้าป่าหางกฐิน หรือ ผ้าป่าแถมกฐิน

พิธีทอดผ้าป่าโยงหรือผ้าป่ากลางน้ำ

2.ผ้าป่าโยง หรือผ้าป่ากลางน้ำได้แก่ ผ้าป่าที่จัดทำรวมๆ กันหลายกอง นำบรรทุกเรือแห่ไปทอดตามวัดต่างๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำ จึงเรียกว่าผ้าป่าโยง จะมีเจ้าภาพเดียวหรือหลายเจ้าภาพก็ได้


ผ้าป่าสามัคคี

3.ผ้าป่าสามัคคี ได้แก่ ผ้าป่าที่มีการแจกฎีกาบอกบุญไปตาม สถานที่ต่างๆ ให้ร่วมกันทำบุญแล้วแต่ศรัทธา โดยจัดเป็นกองผ้าป่ามารวมกัน จะเป็นกี่กองก็ได้ เมื่อถึงวันทอดจะมีขบวนแห่ผ้าป่ามารวมกันที่วัดอย่างสนุกสนาน บางที่จุดประสงค์ ก็เพื่อร่วมกันหาเงิน สร้างถาวรวัตถุต่างๆ เช่น โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ  ฯลฯ

พิธีทอดผ้าป่า


ให้ผู้เป็นเจ้าภาพไปแจ้งความประสงค์แก่เจ้าอาวาส ที่ต้องการจะนำผ้าป่ามาทอด เรียกว่าเป็นการจองผ้าป่าเมื่อกำหนดเวลาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ทำการตั้งองค์ผ้าป่า ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะต้องมีก็คือ
1.ผ้า
2.กิ่งไม้สำหรับพาดผ้า
3.ให้อุทิศถวายพระรูปใดรูปหนึ่ง


องค์ผ้าป่า


การตั้งองค์ผ้าป่า
เจ้าภาพจะจัดหาผ้าสำหรับพระภิกษุมาผืนหนึ่ง อาจเป็นสบง จีวร สังฆาฏิ หรือทั้ง 3 อย่าง แล้วแต่ศรัทธาเพราะไม่มีข้อกำหนด นำกิ่งไม้ไปปักไว้ในภาชนะขนาดพอสมควร เพื่อใช้เป็นที่พาดผ้าป่า และใช้สำหรับนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จะถวายพระ เช่น  ปัจจัยสี่ ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม   สำหรับปัจจัยนั้นนิยมเสียบไว้กับกิ่งไม้ในกองผ้าป่านั้น



บุญทอดผ้าป่าถือเป็น “มหาสังฆทาน” คือ เป็นการถวายทานที่ไม่ เจาะจงแก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นบุญที่จัดเป็นสังฆทาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า มีอานิสงส์มากกว่าการถวายแบบ “ปาฏิปุคคลิกทาน”  คือการถวายทานจำเพาะเจาะจงแด่พระองค์รูปเดียว

           

การถวายไม่จำเพาะเจาะจงรูปใดรูปนึง เพราะถวายเป็นมหาสังฆทาน


บุญทอดผ้าป่าถือเป็นบุญที่สามารถทำได้ทุกฤดูกาล และที่สำคัญ วัดๆ หนึ่งจะจัดให้มีการทำบุญทอดผ้าป่ากี่ครั้งต่อปีก็ได้ สำคัญบุญทอดผ้าป่านั้นเป็นบุญที่มีเฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น ถ้าหากไม่มีการบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระธรรม  และพระสงฆ์แล้วเราก็ไม่มีโอกาสได้ทำบุญทอดผ้าป่านั่นเอง


อานิสงส์ของการทอดผ้าป่า เมื่อบุญเต็มเปี่ยมบริบูรณ์  ทุกคนจะได้สมบัติเหมือนภูเขาทองของท่านชฎิลเศรษฐี ที่เกิดขึ้นเอง และไม่รู้จักพร่องเลย

อานิสงส์ของการทำบุญทอดผ้าป่า


1.เป็นการสงเคราะห์พระสงฆ์ให้สะดวกด้วยปัจจัยสี่ หรือสิ่งที่จำเป็นในการครองสมณเพศ มีจีวร หรือผ้านุ่งห่ม เป็นต้น
2.เป็นการช่วยเหลือทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เพราะเมื่อพระสงฆ์ได้รับความสะดวกตามสมควรก็จะได้เป็นกำลังสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
3.ได้ชื่อว่าเป็นการถวายทานแด่ท่านผู้ทรงศีล ซึ่งนับเป็นการบูชาท่านผู้ทรงศีล-บูชาท่านผู้ควรบูชา และเป็นทานที่มีคุณค่าสูง
4.เป็นการอบรมจิตใจของผู้บริจาคให้มีการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมคือพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นหลักทางจิตใจของประชาชนในชาติสืบไป
5.เป็นการส่งเสริมความมีสามัคคีธรรมของหมู่คณะ
6.เป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนมีความมั่นคง เป็นปึกแผ่นสืบไป

สรุป ผลแห่งบุญทั้งหมดก็จะช่วยเสริมส่งให้ชีวิตในปัจจุบันของเรา ไปแบบสุดๆ คือ รวยแล้ว รวยอีก รวยขึ้นไปแบบไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเอง  ด้วยผลแห่งบุญจากการทอดผ้าป่านี้ ยังจะไปช่วยตัดรอนผังแห่งความตระหนี่ที่มีอยู่ในใจของพวกเราทุกคนให้ออกไปอีกด้วย ซึ่งผังแห่งความตระหนี่นั้นถือว่าเป็นอันตรายต่อชีวิตของเรามากๆ เพราะจะทำให้ชีวิตของเราพบกับความลำบากยากจน ถ้าผังแห่งความตระหนี่หนาแน่นมากเท่าไหร่ ชีวิตของเราก็จะยิ่งยากจนข้นแค้นมากขึ้นไปเท่านั้น

cr.www.dmc.tv



แต่พอเราได้ทำบุญทอดผ้าป่าเป็นสังฆทาน บุญนี้ก็จะไปช่วยกำจัดผังแห่งความตระหนี่ที่ทำให้การยากจนนั้นออกไป จากหนักก็จะค่อยๆ เบาบาง เจือจางลงไปเรื่อยๆ  เมื่อผังแห่งความตระหนี่หมดไป พวกเราทุกคนก็จะรวยจนไม่มีโอกาสได้รู้จักกับคำว่ายากจนอีกเลย และจะทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนจากคนยากจนมาเป็นคนจนยาก จากคนมีมั่ง ไม่มีมั่ง มาเป็นคนมั่งมีอย่างมั่งคั่ง คือ พวกเราทุกคนจะรวยแบบไม่มีโอกาสได้รู้จักกับคำว่ายากจนอีกเลย เหมือนอย่างเจ้าชายอนุรุทธะที่ไม่รู้จักกับคำว่า “ ไม่มี “  ตราบกระทั่งบรรลุมรรคผลนิพพาน


วันธรรมชัย 27 สค.วันแห่งชัยชนะโดยธรรม(ครบ 50 ปี) คือ วันที่หลวงพ่อธัมมชโย ได้เข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท ณ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ


วันธรรมชัยวันแห่งชัยชนะโดยธรรม วันจันทร์ที่ 27สิงหาคม พ.ศ.2561 ครบรอบปีที่ 50 ของการเข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัตร์ของหลวงพ่อธัมมชโย ณ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 

เรียนเชิญลูกศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลกและผู้มีบุญทุกท่าน ร่วมพิธีทอดผ้าป่าบำรุงวัดพระธรรมกายและเป็นส่วนหนึ่งในการอัญเชิญผ้าป่าและร่วมสวดธรรมจักรให้ได้662ล้านจบ เพื่อน้อมนำบุญถวายเป็นพุทธบูชาและบูชาธรรมพระผู้มีชัยชนะโดยธรรม 



ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของศิษย์ดี 
ศิษย์ดีต้องมีความกตัญญู 

ขอกราบอนุโมทนาบุญ สาธุค่ะ


ขอขอบคุณ(ข้อมูลเพิ่มเติม)
ผ้าป่าโยง
ผ้าป่าสามัคคี
ภาพพิธีบุญทอดผ้าป่า
วันธรรมชัยวันแห่งชัยชนะโดยธรรม
ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 16 พย. 54 พิธีทอดผ้าป่า และประวัติความเป็นมาของการทำบุญทอดผ้าป่า

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561

วันอาสาฬหบูชา





cr.www.dmc.tv

ประวัติวันอาสาฬหบูชา มีความเป็นมาอย่างไร 

วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของพระพุทธศาสนา ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ในสมัยพุทธกาลมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 4 ประการ ดังต่อไปนี้
1. เป็นวันที่พระบรมศาสดาทรงแสดงพระธรรมเทศนาเป็นครั้งแรก แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 รูป ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี
2. เป็นวันที่พระบรมศาสดาทรงได้พระสาวกองค์แรก คือ ท่านโกญฑัญญะได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันองค์แรก
3. เป็นวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นรูปแรก คือ พระอัญญาโกญฑัญญะ ภายหลังจากที่ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันแล้ว ก็ได้ทูลขออุปสมบท พระพุทธองค์ทรงประทานการอุปสมบทแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา  เป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา
4. เป็นวันเกิดขึ้นของพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครบเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นพยานในการตรัสรู้ธรรม ความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพระพุทธองค์ก็ครบถ้วนบริบูรณ์ คือ มิใช่เพียงแค่ตรัสรู้ธรรมเพียงพระองค์เดียวอย่างพระปัจเจกพุทธเจ้า

ท้าวสหัมบดีพรหมมาทูลอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโปรดเวเนยสัตว์
Cr.www.dmc.tv


ความเป็นมาของวันอาสาฬหบูชา 
ความเป็นมาของวันอาสาฬหบูชานั้น เริ่มต้นจากในครั้งพุทธกาล หลังจากพระศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ในวันเพ็ญเดือน 6 แล้วทรงเสวยวิมุตติสุข คือ ความสุขจากการหลุดพ้นเป็นเวลา 7 สัปดาห์ หลังจากนั้นทรงพระปริวิตกว่า ธรรมที่พระองค์ตรัสรู้นี้ลึกซึ้งมาก หมู่สัตว์ที่ยังมีกิเลสหนายากที่จะรู้เห็นตามได้ 

ท้าวสหัมบดีพรหมทรงทราบความปริวิตกของพระองค์ จึงมาทูลอาราธนาให้พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรม เพราะสัตว์ที่มีธุลีในจักษุน้อยยังมีอยู่


 พระพุทธองค์เปรียบกิเลสของมนุษย์ดังบัวสามเหล่า
cr.www.dmc.tv

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอาศัยพระมหากรุณาในหมู่สัตว์ผู้ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพสาม จึงทรงตรวจดูหมู่สัตว์ด้วยพุทธจักษุ ทรงเห็นหมู่สัตว์ที่มีกิเลสน้อยก็มี กิเลสมากก็มี อินทรีย์แก่กล้าก็มี อินทรีย์อ่อนก็มี  เหมือนดอกบัว 3 เหล่า ที่เกิดในน้ำ บางพวกก็อยู่ในน้ำลึก บางพวกก็อยู่เสมอน้ำ บางพวกก็พ้นจากน้ำแล้ว คือ บางจำพวกยังไม่พร้อมที่จะบาน บางจำพวกก็พร้อมที่จะบาน เช่นเดียวกันกับหมู่สัตว์ที่พอสอนได้ก็มีอยู่ จึงทรงรับอาราธนาของท้าวสหัมบดีพรหม

 พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพิจารณาบุคคลที่จะรองรับธรรม  คืออาฬารดาบสและอุทกดาบส แต่ดาบสทั้งสองได้สิ้นชีพเสียแล้ว
cr.www.dmc.tv

พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงดำริว่า “อาฬารดาบสและอุทกดาบส เป็นผู้ฉลาดเฉียบแหลม มีกิเลสเบาบางมานาน เราควรแสดงธรรมแก่ท่านทั้งสองก่อน”  
เทวดาตนหนึ่งทราบพระดำริของพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้มากราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ดาบสทั้งสองนั้นได้สิ้นชีวิตแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจดูพบว่า ดาบสทั้งสองนั้นสิ้นชีพแล้ว จึงทรงดำริว่า “พระดาบสทั้งสองเป็นผู้ประสบความเสื่อมอย่างใหญ่แล้ว

 พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำริถึงปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ผู้มีอุปการะแก่พระองค์มาก

cr.www.dmc.tv

จึงทรงดำริถึงปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ประกอบด้วยโกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะและ
อัสชิ  พราหมณ์ผู้มีอุปการะแก่พระองค์  ได้ตามมาอุปัฏฐากเมื่อครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์ก่อนตรัสรู้ จึงเสด็จไปโปรด ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน


 พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธัมจักรกัปวัตตนสูตร แก่เหล่าปัญจวัคคีย์ทั้ง 5
cr.www.dmc.tv

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสปฐมเทศนาธัมมจักกัปปวัตนสูตรประกาศพระสัมมาสัมโพธิญาณ แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ในเวลาจบลงแห่งพระธรรมเทศนาธรรมจักษุได้เกิดขึ้นแก่โกณธัญญะ (ธรรมจักษุ หมายถึง โสดาปัตติมรรค) ว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้น ทั้งหมดมีความดับไปเป็นธรรมดา"

ท่านได้บรรลุปัตติมรรคเรียกว่าพระโสดาบัน เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่า โกณธัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว ทรงเปล่งพระอุทานว่า "อญฺญาสิ วต โภ โกณฺฑญฺโญ อญฺญาสิ วต โภ โกณฺฑญฺโญ" แปลว่า โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ ๆ เพราะอาศัยคำว่า อญฺญาสิ ที่แปลว่า ได้รู้แล้ว คำว่า อัญญา จึงใช้นำหน้าชื่อท่านโกณฑัญญะว่า อัญญาโกณฑัญญะ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
                              พระอัญญาโกณฑัญญะได้รับการอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา เป็นองค์แรก
cr.www.dmc.tv
เมื่อท่านอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม จึงได้ทูลขออุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ทรงอนุญาตให้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาด้วยพระวาจาว่า "เธอจงเป็นภิกษุมาเถิดธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว เธอจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อถึงที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบ" 
นี้เรียกว่าอุปสมบทด้วย วิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา ซึ่งพระอัญญาโกณฑัญญะได้รับการอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา เป็นองค์แรก

 วันอาสาฬหบูชาเป็นวันเกิดขึ้นของพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
cr.www.dmc.tv
พระอัญญาโกณฑัญญะจึงกลายเป็นพระสาวกและภิกษุองค์แรกในโลก และทำให้ในวันนั้นมีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะและพระสงฆ์รัตนะ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วันนี้ถูกเรียกว่า "วันพระธรรม" หรือ วันพระธรรมจักร อันได้แก่วันที่ล้อแห่งพระธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าได้หมุนไปเป็นครั้งแรก และ "วันพระสงฆ์" คือวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และจัดว่าเป็น"วันพระรัตนตรัย" อีกด้วย

                                         

cr.www.dmc.tv
ข้อคิดที่ได้จากวันอาสาฬหบูชาวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทุกกิจกรรมงานบุญล้วนส่งเสริมให้ทุกคนที่เข้ามาศึกษาคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นคนดีรักบุญกลัวบาปมีหิริโอตตัปปะ ใครที่นำคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าไปใช้ในชีวิตประจำวันจะได้รับแต่ความสุขและความเจริญ เป็นผู้รักในการพัฒนาให้เป็นผู้มีความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ มนุษย์ทุกคนล้วนมีกรรมเป็นของตนเอง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นี้เป็นสัจจธรรมเที่ยงแท้แน่นอน

ในวันอาสาฬหบูชานี้ ชาวพุทธควรถือเป็น โอกาสที่จะได้พาตนเองและบุคคลอันเป็นที่รักไปวัดบำเพ็ญบุญ ทำทาน รักษาศีลและเจริญสมาธิภาวนา สวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร น้อมถวายเป็นพุทธบูชา  พระพุทธศาสนาเข้มแข็งเป็นหลักยึดใจให้กับเราชาวพุทธ และเพื่อความเป็นศิริมงคลอันจักได้เกิดแก่ตนเองและบุคคลอันเป็นที่รัก 


วัดพระธรรมกายได้จัดให้มีพิธีในวันอาสาฬหบูชา ตามกำหนดการนี้ 
หรือสะดวกพากันไปวัดใกล้บ้านก็ดีเพื่อจะได้ช่วยกันทำนุบำรุงวัด ปัดกวาดเสนาสนะให้สะอาดใครไปใครมาจะได้เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาแก่ผู้มาเยือน บุญเราทำเราได้ 


กำหนดการ 
      6.30 น. ตักบาตรเช้า

     9.30 น. ปฏิบัติธรรม

     13.30 น. พิธีถวายผ้าอาบน้ำฝน

     18.00 น. ร่วมสวดมนต์บท "ธัมมจักกัปปวัตนสูตร" ฉลองชัยชิตังเม 585,858,585 จบ



cr.www.dmc.tv



 บวชเข้าพรรษา หน้าที่อันยิ่งใหญ่ของลูกผู้ชายหัวใจน่ากราบ

cr.www.dmc.tv

#วันที่แม่รอคอย #บวชเข้าพรรษา พ.ศ 2561
ณ วัดพระธรรมกาย
เปิดโครงการ
8ก.ค. พิธีตัดปอยผม
14ก.ค. พิธีบรรพชา
21ก.ค. พิธีอุปสมบท
25-26ก.ค. วันเข้าพรรษา
28ก.ค. วันออกพรรษา
24ต.ค. จบโครงการ 4พ.ย.

วันเข้าพรรษนี้มาบวชกันขอกราบอนุโมทนาบุญ สาธุค่ะ

ขอบคุณที่มา:https://www.dmc.tv/pages/buddha_biography/20100720_Asarnha_Puja_Day.html

ประโยชน์ที่ได้รับ...จากการทำสมาธิ

    สมาธิก่อให้เกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง บางคนหากไม่ได้สังเกตก็อาจไม่ทันรู้ตัวว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้นเป็นผลมาจากสติปั...