วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2562

"บุญนั้นสำคัญไฉน"




พระเดชพระคุณพระธรรมพุทธิมงคล (สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.๘)
เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี


ถอดความจาก พระธรรมเทศนา โดยพระเดชพระคุณพระธรรมพุทธิมงคล (สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.8)เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ประธานจุดโคมประทีป ถวายเป็นพุทธบูชา ณ อนุสรณ์สถาน ลำดับที่1 สถานที่เกิดด้วยรูปกายเนื้อ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี วันเสาร์ที่ 5 มกราคม  พุทธศักราช 2562  โครงการธรรมยาตรา เส้นทางพระผู้ปราบมาร ปีที่ 7”รักษ์บวร รักษ์ศีล 5" (คลิก)รายละเอียดเพิ่มเติม


บุญนั้นสำคัญไฉน?

บุญชั้น 1 พวกเราทุกคนที่เกิดมามีชีวิตอยู่ได้ถึงวันนี้ เพราะพวกเราทุกท่านทุกคนเป็นผู้มีบุญ ถ้าเราไม่มีบุญเราคงไม่มีโอกาสมีชีวิตอยู่ได้ถึงวันนี้

บุญชั้น 2 ได้เกิดใต้ร่มเงาของพระพุทธศาสนา ได้มีโอกาสมาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกายซึ่งเป็นวัดที่ได้รับมรดกธรรมจากหลวงปู่สดวัดปากน้ำภาษีเจริญ แล้วนำมาประพฤติปฏิบัติเห็นผลดีก็เกิดเมตตากรุณา ปรารถนาจะให้ผลดีที่เกิดจากการปฏิบัติธรรมนี้เกิดมีแก่ชาวโลก จึงได้นำเอาวิชชาธรรมกาย ที่ได้ปฏิบัติเห็นผลแล้วมาเผยแพร่เพื่อให้คนอื่นได้รับประโยชน์สุขเช่นกัน

บุญชั้นที่ 3 ได้เกิดมาเป็นลูกหลานหลวงปู่สดวัดปากน้ำภาษีเจริญและได้เกิดมาเป็นลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย

วันนี้ขอกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้คนต้องตายกันทุกวันโดยทั่วไปมันมี 4 เรื่อง 4 เงื่อนไข
1.อดตาย
2.เจ็บตาย
3.อุบัติเหตุตาย
4.แก่ตาย

หลักความจริงที่ว่าชีวิตทุกคนที่เกิดมา มันมีความตายติดชีวิตมาด้วยกันทุกคน สำคัญความตายไม่สามารถมาพรากชีวิตของเราไปได้เพราะเรามีบุญตามปกป้องคุ้มครอง แต่ถ้าเราไม่มีบุญตามปกป้องคุ้มครอง เรานั้นตายตั้งแต่วันที่ปฏิสนธิในครรภ์มารดาแล้ว หรือเกิดมาแล้วก็ไม่สามารถมีชีวิตลืมตาดูโลกได้เพราะเราไม่มีบุญนั่นเอง

บุญที่ตามปกป้องคุ้มครองเรา คือ บุญกิริยาวัตถุ  3 ประการ

1.บุญจากการให้ทาน ตามปกป้องคุ้มครองเราไม่ให้อดอยาก เวลาหิวก็มีกิน



Cr.kung


2.บุญจากการรักษาศีล ตามมาปกป้องคุ้มครองเราไม่ให้เจ็บไม่ให้ป่วย เจ็บป่วยก็รักษาหาย
    ไม่ให้ตาย 


Cr.kung

3.บุญจากการสวดมนต์เจริญภาวนา ตามปกป้องคุ้มครองเราไม่ให้มีอุบัติเหตุอุบัติภัย


Cr.kung

มองให้เห็น เชื่อให้เต็มร้อย เชื่อว่า
ทานมัยไม่รันทดเรื่องอดอยาก
ศีลมัยไม่ทุกข์ยากเรื่องป่วยไข้
ภาวนาช่วยป้องปัดอุบัติภัย
บุญคุ้มให้ไม่ม้วยมอรก่อนชรา
ความตายที่เราไม่สามารถจะหนีพ้นได้สู้ได้ป้องกันได้มีอย่างเดียวคือ แก่ตาย

(หัวใจ)นักบุญประกอบด้วยคุณลักษณะ 3 อย่าง  คือ


1.มีความตั้งใจ คือ เตรียมทรัพย์(เตรียมเม็ดและที่ดินและน้ำที่จะรด)

2.มีความเต็มใจ คือนำทรัพย์ไปบริจาค(ลงมือปลูก)

3.มีความปลื้มใจ ปลื้มๆตามระลึกถึงบุญที่ทำไป (รดน้ำ)


เรื่องบุญเป็นเรื่องอัศจรรย์มาก  


ประวัติของ เจ้าชายอนุรุทธะ ท่านได้สร้างบุญบารมีมาแต่ชาติปางก่อน ครั้งที่เกิดเป็นอันนภารบุรุษ ได้ถวายอาหารที่ตนกำลังจะบริโภคแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่าอริฏฐะ แล้วได้ตั้งความปรารถนาว่า “อิมินาปณธาเณนะ มาเมธาณิฐิยัง อโหณฐิติวจณังณามะมาโหสิ ภวาภเว  ถ้าได้เกิดใหม่ ขออย่าให้ได้ยินคำว่า ไม่มี กับทั้งสถานที่เกิดของอาหาร ก็ขออย่าได้พานพบเลย” ด้วยผลแห่งทานนี้ไม่มีอะไรเลยที่ท่านต้องการแล้วจะไม่มี แต่ก็เป็นจริง   (คลิก)ข้อมูลเพิ่มเติม

ทำสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

ปลูกข้าวย่อมได้รวงข้าว

การปลูกข้าวย่อมได้รวงข้าว
Cr.pngtree

ปลูกต้นทานย่อมได้ผลเป็นทรัพย์  


Cr.www.dmc.tv

ปลูกต้นศีลย่อมได้ผลเป็นร่างกายที่แข็งแรง


Cr.www.dmc.tv

ปลูกภาวนาย่อมได้สติปัญญาเป็นไอคิวที่ชาญฉลาด

Cr.www.dmc.tv



 ดังพุทธโอวาทที่ทรงตรัสสอน ว่า

                              ยาทิสํ  วปเต  พีชํ               ตาทิสํ  ลภเต  ผลํ
กลฺยาณการี  กลฺยาณํ         ปาปการี  จ  ปาปกํ.
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดีย่อมได้ผลดี  ผู้ทำกรรมชั่วย่อมได้ผลชั้ว.



ที่มา :  สังยุตตนิกาย  สคาถวรรค(สํ.ส.)


เหตุเพราะเรามีบุญคุ้มครอง ทำให้เราพึ่งดินน้ำลมไฟได้


Cr.kung

ถ้าเราไม่มีบุญดินน้ำลมไฟก็เป็นพิษเป็นภัยถึงแก่ชีวิตเราได้
ประชากรโลกดำเนินชีวิตด้วยความประมาทขาดการสั่งสมบุญสร้างบารมีเติมบุญเติมบารมีให้แก่ตนเอง ด้วยเพราะความไม่รู้ว่าตนเองไม่รู้ ว่าทุกวันนี้เราเกิดมาอยู่ได้ด้วยบุญล้วนๆทุกอนุวินาทีเรากินบุญเก่าที่สร้างสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วนหมดไปทุกวันๆ ทำให้กำลังบุญในตัวหย่อน จึงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ ดินน้ำลมไฟเป็นพิษเป็นภัยถึงแก่ชีวิตได้ ดังข่าวคลิปตัวอย่างนี้  

 สาเหตุที่ภูเขาไฟทำให้เกิดคลื่นสึนามิที่อินโดนีเซีย : วิเคราะห์สถานการณ์ต่างประเทศ (24 ธ.ค. 61)


 ภูเขาไฟใต้ทะเลมันเกิดประทุ...ทำให้เกิดคลื่นสึนามิกวาดเอาบ้านผู้คนที่อยู่ชายฝั่งหายวับไปกับทะเลเป็นจำนวนมาก เท่าที่ยกมากล่าว มาพูดนี้เพื่อที่จะเน้นให้เราเห็นให้เราเข้าใจ ว่าการที่พวกเราจะมีชีวิตอยู่ได้ในแต่ละวัน เราจะต้องเป็นผู้มีบุญเป็นพื้นฐานสำคัญ และให้เชื่อมั่นว่าบุญที่เราทำ 3 อย่างครบถ้วนทุกประการจะให้ผลดีกับทุกท่านตลอดไปทุกภพทุกชาติจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรมตามที่เราปรารถนาทุกประการเทอญ.



             พระเดชพระคุณพระธรรมพุทธิมงคล (สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.๘)
             
   www.dmc.tv
    
 www.dmc.tv      
เข้าพรรษาปีนี้ เป็นโอกาสดีที่ชายแมนแมนจะได้ให้โอกาสตนเองมาบวชเพื่อบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ เพื่อหาหนทางพระนิพพาน เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณบิดามารดา และเป็นการเติมบุญเติมบารมีให้กับตนเอง ชีวิตของเราจะได้ประสบแต่ความสุขและความเจริญยิ่งๆขึ้นไปตราบกระทั่งเข้าสู่พระนิพพาน สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทร.02-8311234

บวชให้แม่หน้าฝนดีกว่าบวชให้แม่หน้าไฟ
 การสั่งสมบุญนำสุขมาให้และบุญอยู่เบื้องหลังความสุข
และความสำเร็จทั้งมวล
 ขอกราบอนุโมทนาบุญ สาธุค่ะ 



ขอบคุณที่มา :
โอวาทหลวงพ่อสะอิ้ง(พิธีจุดประทีปโลตัสแลนด์) 5 มค. 62
ประวัติพระอนุรุทพุทธะ
ภาพการ์ตูนการปลูกข้าวpngtree
ThaiPBS(คลิป)สาเหตุที่ภูเขาไฟทำให้เกิดคลื่นสึนามิที่อินโดนีเซีย 24 ธค. 61
รายละเอียดการบรรพชาอุปสมบทรุ่นเข้าพรรษาพ.ศ.2562


วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562

คุณธรรม 12 ประการของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง (ครูผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย)




ในอีก 9 วันที่จะถึงนี้เป็นวาระสำคัญคือเป็นวันคล้ายวันเกิด คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง (ครูผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย) ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2562 อายุท่านครบ 110 ปี นอกจากท่านจะเป็นผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกายด้วยเงินทุนเริ่มต้นเพียงสามพันสองร้อยบาทเท่านั้น ท่านยังเป็น "ครู" และเป็น "ผู้อยู่เบื้องหลัง
ความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย" อีกด้วย หลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ได้เคยกล่าวไว้ว่า ถ้าไม่มีคุณยายฯก็ไม่มีหลวงพ่อ ไม่มีวัดพระธรรมกาย บุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ที่มีไว้เพื่อให้พวกเราลูกศิษย์ฯและผู้มีบุญทุกท่านที่มาทีหลังได้ตักตวงสั่งสมบุญสร้างบารมีในวันนี้

วาระอันเป็นมงคลที่จะถึงนี้ขอถือโอกาสประกาศคุณบูชาคุณคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง(ครูผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย) ขอน้อมนำคุณธรรมถ้อยคำเพชรถ้อยคำพลอยอันประเสริฐ 12 ประการของคุณยายฯ มาให้ทุกท่านได้อ่านเพื่อศึกษาเป็นแนวทางปฏิบัติในการฝึกฝนอบรมตนเอง ให้เป็นผู้บริสุทธิ์บริบูรณ์ตามท่านเพื่อความสุขและปลอดภัยในการดำเนินชีวิตในสังสารวัฏทั้งภพชาตินี้และภพชาติเบื้องหน้า ดังรายละเอียดที่จักวางไว้ ณ ที่นี้

คุณธรรมข้อที่ 1มีความบริสุทธิ์กายวาจาใจ
มีวันหนึ่งขณะที่หลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่เดินย่อยอาหารหลังจากฉันภัตตาหารเสร็จ ระหว่างทางมีพระอาจารย์เดินตามเพื่อรับฟังงานไปด้วย คุณยายฯท่านถามพระอาจารย์ว่า "รู้ไหมเราเกิดมาทำไม" และหลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ก็ตอบทันทีว่า "เราเกิดมาเพื่อทำความบริสุทธิ์ ยิ่งหยุดนิ่งมากก็จะยิ่งบริสุทธิ์มาก พอเราบริสุทธิ์มาก การจะไปรู้เห็นวิชชาจะยิ่งละเอียดลึกซึ้งมาก รู้ญาณชัดเจนถูกต้อง และผู้บริสุทธิ์มากต้องนั่งสมาธิมากๆ"

คุณธรรมข้อที่ 2 ซื่อสัตย์ซื่อตรง จริงใจ
หลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่บอกว่า "คุณยายฯ เหมือนไม้บรรทัด" สิ่งสำคัญ คือ ต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเราเอง คุณยายบอกว่า "คนที่ซื่อตรง เวลานั่งสมาธิจะเข้ากลางได้ถูกต้อง ไม่เคลื่อนกลาง ไม่แฉลบ ญาณรู้จะแม่นยำ เที่ยงตรง" ถ้าเราเคลื่อนกลาง หรือแฉลบ ภาพที่เราเห็นจะผิดจากความเป็นจริง คุณยายบอกว่า "ยายไม่ชอบคนไม่ซื่อ ไม่ชอบคนไม่สะอาด ไม่บริสุทธิ์ ไม่ชอบคนไม่มีศีล" ยายรักความสะอาดบริสุทธิ์ คนใจสะอาดเท่านั้นถึงจะไปกับยายได้
คุณธรรมข้อที่ 3 ความขยัน
คุณยายฯจะขยันมาก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะขยันและอดทนทุกอย่าง สมัยเป็นชาวนานาของคุณยายฯจะไม่มีต้นหญ้าและวัชพืชเลย ตอนที่ทำงานบ้านคุณนายเลี๊ยบท่านทำความสะอาดหมดเกลี้ยง จนได้รับความไว้วางใจ พอมาอยู่วัดปากน้ำท่านก็ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ท่านบอกว่า "คนขยันอยู่กับใคร ใครก็รัก" เมื่อมาอยู่วัดพระธรรมกาย ท่านก็ทำงานละเอียด(ปฏิบัติสมาธิ)และงานหยาบ(งานครัว ปลูกต้นไม้ นำขัดห้องน้ำ) คุณยายฯบอกว่า "ท่านไม่เคยเบื่อหน่ายการสร้างบารมี ไม่เคยเบื่อหรือเกียจคร้านในการปฏิบัติธรรม ถ้างานหยาบเราขยันเวลานั่งธรรมะเราก็จะขยันนั่ง"




คุณธรรมข้อที่ 4 ประหยัด
คุณยายฯสอนเสมอว่า "เราอยู่วัด เรากินเราใช้ของร้อนเพราะเงินแต่ละบาทที่เราใช้เป็นเงินที่ญาติโยมจบหัวแล้วจบหัวอีก ถ้าเป็นพระแล้วไม่ทำประโยชน์ให้กับพระศาสนาถือว่ากินแรงชาวบ้าน พอตายไปแล้วก็ต้องไปเกิดเป็นควายให้เขาใช้แรงงาน" เมื่อครั้งที่หลวงพ่อทัตตชีโวบวชใหม่ๆ เคยไปที่วัดแห่งหนึ่ง หลวงตาเจ้าอาวาสจูงมือท่านไปหน้าโบสถ์ ชี้ไปที่ทุ่งนาแล้วถามว่า "เห็นอะไรไหม" หลวงพ่อทัตตชีโวตอบว่า "เห็นควายเป็นฝูง" หลวงตาชี้ว่า "นั่นแหละอดีตพระเก่าท่านเห็นไหมไอ้ตัวที่เขาโง้งๆเป็นจ่าฝูงนั่นแหละเจ้าอาวาสเก่า" 

คุณยายฯเห็นคุณค่าของสิ่งของทุกอย่าง หากเดินไปตามถนนเห็นยางหนังสติ๊กเส้นเดียว คุณยายฯก็เก็บมาล้างไว้ใช้ใหม่ หรือถุงก๊อบแก๊บที่ใช้แล้วท่านก็เก็บมาล้างไว้ใช้ต่อ คุณยายฯเล่าว่า "สมัยหลวงปู่สดวัดปากน้ำภาษีเจริญ เขาแบกข้าวสารมาส่งที่วัดปากน้ำจะมีข้าวสารล่วงตามทาง หลวงปู่สดวัดปากน้ำภาษีเจริญท่านจะให้เก็บข้าวสารทุกเม็ดบางทีเก็บได้จนเป็นกระสอบก็มี"


คุณธรรมข้อที่ 5 อดทน
ความอดทนเป็นเนื้อเป็นหนังเป็นนิสัยของคุณยายฯ เกิดจากใจที่หยุดนิ่งของท่านเป็นปกติ ยามเจ็บป่วยท่านก็จะนิ่งๆดังเช่นเมื่อตอนคุณยายฯปวดฟัน ก็เพียงแต่บอกหลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ว่า "ช่วยให้เด็กวัดพายายไปหาหมอหน่อย" พอคุณยายฯไปพบหมอจึงรู้ว่าเป็นรำมะนาด เหงือกบวม หมอต้องถอนฟันเกือบทั้งปากท่านอดทนและนิ่งมาก แม้หกล้มเลือดออกมีดบาดจะเจออะไรก็ตามท่านจะไม่ร้องโอดครวญท่านจะนิ่งๆไปหาหมอแล้วใส่ยา แม้แต่ลูกศิษย์มาต่อว่าท่านๆจะนิ่ง อาศัยความเงียบแล้วทำความดี คุณยายฯบอกว่า "ยายจะไม่ทะเลาะกับใคร เขาจะมายืนด่าอะไรก็ให้เขาว่าไปยายจะหลับตาดิ่งธรรมะ"

ท่านบอกว่า "ให้เราทำความดีเวลาที่เราสร้างบารมีเราต้องเข้มแข็งต้องอดทนเราต้องทนลำบากนะ จะลำบากอย่างไรก็ให้อดทนอย่าสร้างกรรมอีก เกิดเป็นคนต้องทนชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายต้องอดทนให้ถึงที่สุดต้องคิดสู้ถ้าสู้ก็จะชนะจะชนะด้วยบุญ"



คุณธรรมข้อที่ 6 ไม่อยากเด่นอยากดัง
คุณยายฯบอกว่า "ยายทำความดี ไม่เคยหวังให้ใครมาชื่นชมหรือให้เขามายกย่อง ยายทำเพื่อช่วยตัวเองให้พ้นทุกข์ยายไม่เคยคิดอยากเด่นอยากดัง ถ้ามีบุญแล้วจะดังเองดังอย่างเย็นๆ ไม่ใช่ดังอย่างร้อนๆ" บางคนอยากเด่นอยากดังก็ไปข่มคนอื่น คุณยายสอนว่า "เวลาสร้างบุญ ให้เอาใจจรดศูนย์กลางกายให้นึกถึงบุญมากๆจะได้บุญสะอาดติดตัวไป เวลาบุญส่งผลจะได้อะไรมาจะได้แบบเย็นๆ อย่าไปคิดนะว่าเวลาเราทำดีแล้วไม่มีใครเห็นตัวเราเองที่เห็นว่าเราทำอะไรอยู่เทวดาที่ดูแลรักษาเราอยู่ก็เห็น"

คุณธรรมข้อที่ 7 ความอ่อนน้อม ความเคารพ
คุณยายฯอยู่ที่ไหน ท่านจะทำตัวเหมือนผ้าขี้ริ้วเช็ดเท้าผ้าขี้ริ้ววางอยู่ต่ำแล้ว เมื่อนำมาใช้เช็ดเท้ายิ่งทำให้ต่ำลงไปอีกแต่เป็นประโยชน์กับทุกคน คุณยายฯไม่มีทิฏฐิมานะท่านจะทำตัวต่ำทุกที่ที่ท่านเข้าไป แต่พอผ่านไปได้สักระยะ ด้วยบุญที่ท่านอ่อนน้อมจะทำให้ท่านเด่นขึ้นมาเสมอแล้วท่านก็ไม่เคยวางตัวว่าท่านใหญ่ หรือเก่งกว่าใครมีแต่ความเอื้อเฟื้อเมตตาต่อทุกคนที่มาขอความช่วยเหลือ ด้วยบุญของท่านทำให้ท่านเป็นหัวหน้าเวร ไปอยู่ที่ไหนท่านเป็นหัวหน้าเขาหมดท่านก็จะเด่นด้วยอำนาจบุญที่อ่อนน้อมถ่อมตน



คุณธรรมข้อที่ 8 เจียมตัว รู้จักประมาณตัว
 ปีพ.ศ.2525 หลวงพ่อได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส คุณยายฯบอกกับทุกคนว่า "ยายไม่ใช่อาจารย์ของพระแล้ว ยายเป็นเพียงแค่เด็กวัดยายจะรับฟังคำสั่งทุกอย่างจากหลวงพ่อ" หรือเมื่อครั้งอยู่วัดปากน้ำ คุณยายทองสุขอาจารย์คนแรกของท่านมีบ้านหลังเล็กอยู่ในวัดปากน้ำเวลาญาติโยมมาเรียนธรรมะคุณยายทองสุขก็จะขึ้นไปสอนบนบ้าน ส่วนคุณยายฯจะนั่งอยู่ใต้ถุนบ้านแม้ตอนนั้นคุณยายฯเป็นหัวหน้าเวรขาดรู้อยู่ในทีมทำวิชชากับหลวงปู่สดวัดปากน้ำภาษีเจริญแล้วก็ตาม แต่ท่านก็ยังเคารพรักคุณยายทองสุขเสมอ 

คุณยายสอนว่า "เราต้องอย่าแสดงฤทธิ์กับครูบาอาจารย์ อย่าเอาฤทธิ์ไปแสดงกับคนอื่นว่าฉันเก่งแบบนี้ใช้ไม่ได้ ให้รู้จักเจียมตัวรู้จักประมาณตัวเอง "คุณยายฯเคยบอกหลวงพ่อว่า "คนเราแต่ละคนเกิดมาเอาบุญติดตัวมาไม่เท่ากันหรอก บางคนเอาบุญมามาก บางคนเอาบุญมาน้อยมีบุญน้อย คนที่เอาบุญมามากก็สอนตนเองได้อบรมตนเองได้เราก็เหนื่อยน้อยหน่อย คนไหนมีบุญติดตัวมาน้อยเราก็ต้องสอนมากหน่อยเพราะคนพวกนี้ลืมเก่งได้หน้าลืมหลังสอนตัวเองไม่ได้เราก็ต้องเหนื่อยหน่อย 

เวลาเราจะใช้เขาเราก็ต้องทุ่มบุญให้เขาเขาถึงทำได้ พอเก่งขึ้นมาหน่อยก็ใช้ความเก่งของตัวเองเอาไปสร้างความดีเอาไปสร้างบุญกุศติดตัวเขาไป แต่บางคนพอเก่งขึ้นมาหน่อยก็ลืมตัวมีฤทธิ์มากมีของแถมทำให้หลวงพ่อต้องปวดหัวเดือดร้อน เพราะฉะนั้นต้องเลือกคนต้องเลือกใช้งาน 

คนที่มีบุญมาน้อยเราให้ของดีเขาไปเขารับไม่ค่อยได้เขาไม่รู้หรอกว่าไอ้ที่เก่งมาได้เพราะอะไร" แล้วท่านก็เอามือชี้ไปที่พัดลมท่านสอนเด็กวัด "พัดลมมันติดมันเป่าลมได้หมุนได้ลองเจ้าของไปดึงปลั๊กไฟออกสิมันก็หมดฤทธิ์ ดึงปลั๊กออกก็เหมือนของที่ตายแล้วนั่นแหละ"



คุณธรรมข้อที่ 9 มักน้อย สันโดษ
คุณยายฯไม่ติดในคนสัตว์ สิ่งของเลยไม่ติดในลาภสักการะ ใครให้อะไรมาท่านจะใช้เฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์และใช้อย่างคุ้มค่ามาก เช่น ขันพลาสติกใบหนึ่งจะใช้เป็น 10 ปีจนกว่าจะแตก ไม่ว่าใครจะให้อะไรคุณยายไม่ติดในสิ่งเหล่านี้ท่านจะพอใจในสิ่งที่ท่านได้รับและมีเป้าหมายคือทำวิชชากับหลวงปู่สดวัดปากน้ำภาษีเจริญ เช่น หลวงปู่สดวัดปากน้ำภาษีเจริญได้น้อยหน่ามาชะลอมหนึ่ง ท่านก็ส่งให้ไปในโรงงานทำวิชชาให้ไปแบ่งกัน น้อยหน่าก็มีลูกใหญ่บ้างเล็กบ้างบางคนก็จะคิดว่า "ทำไมฉันได้ลูกเล็ก เธอได้ลูกใหญ่" แต่คุณยายฯจะบอกว่า "ลูกใหญ่ลูกเล็กก็ได้ยายทานได้หมด" ไม่ว่าท่านจะได้เตียงเก่าๆ ได้มุ้งที่เก่าขาดคุณยายฯไม่เคยเสียใจเลยท่านดีใจว่า นี่คืออุปกรณ์ที่จะเอาไว้สร้างบารมีเพื่อได้ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่สดวัดปากน้ำภาษีเจริญท่านพอใจในทุกสิ่งที่ได้รับ ท่านสอนว่า "พวกเราอย่าโลภมากนะ ถ้าโลภจะสร้างความดีไปไม่ถึงไหนให้สันโดษมักน้อยจะได้ไม่มีเครื่องผูกมากไม่มีภาระมากไม่มีเครื่องกังวลใจมาก จะได้มีเวลาเอาใจเข้าศูนย์กลางกายได้ง่ายๆ"

คุณธรรมข้อที่ 10 รักความสะอาด
คุณยายฯจะเช็ดทุกซอกทุกมุม เช็ดบันไดก็เช็ดไปถึงใต้บันไดหรือบางครั้งเห็นคุณยายเช็ดข้างฝาบ้าน หลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ก็ถามด้วยความแปลกใจว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ คุณยายตอบว่า "มันเย็นใจ เข้ากลางคล่องดี" ซึ่งในคัมภีร์วิสุทธิมรรคได้กล่าวไว้ในทำนองที่ว่า "น้ำมันกับไส้ตะเกียงที่สะอาด เวลาจุดแล้วไม่มีเขม่าแสงสว่างที่เกิดขึ้นจะสว่างมาก พระภิกษุที่ดูแลเสนาสนะให้สะอาดเวลาปฏิบัติธรรมญาณเจตสิกจะชัดเจน" เพราะฉะนั้นพระที่ท่านอยู่ในสายปฏิบัติจะเน้นเรื่องความสะอาดและระเบียบเป็นปกติ

ยกตัวอย่างหลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง กุฏิพระจะอยู่ห่างๆ กัน หลวงพ่อชาไปตรวจตามกุฏิไปถึงท่านก็จะไปดูห้องน้ำก่อน ถ้าห้องน้ำไม่สะอาด ท่านจะบอกว่า "ส้วมไม่ล้าง ถามหาแต่พระนิพพาน" วัดหนองป่าพงสะอาดมาก ชาวต่างชาติส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว เมื่อเขาเห็นความสะอาด ความเป็นระเบียบของวัด หรือเห็นความสำรวมเรียบร้อยของพระภิกษุสามเณรจะรู้สึกเลื่อมใสศรัทธา ทำให้สนใจที่จะเข้ามาศึกษาธรรมะ และได้มาบวชอีกหลายรูป เพราะความสะอาดเป็นระเบียบเปลี่ยนชีวิตคนได้ จากนักท่องเที่ยวกลายเป็นเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ

คุณธรรมข้อ 11 รักษากฎระเบียบวินัย

สมัยสงครามโลกญี่ปุ่นกับเยอรมันเป็นชาติมหาอำนาจ คุณยายฯไม่เคยไปประเทศเหล่านั้นแต่ท่านไปด้วยกายละเอียด คุณยายฯรู้จักหมดทั้งสองประเทศว่าเป็นคนอย่างไร ท่านบอกว่า "ชาติที่เจริญรุ่งเรือง เพราะพลเมืองมีวินัย มีระเบียบ"

คุณยายฯสอนตัวเองว่า "ทหารทางโลกมีวินัยกองทัพจึงเข้มแข็ง ทหารทางธรรมก็มีศีลเป็นวินัยทำให้กองทัพธรรมเข้มแข็ง" ท่านบอกหลวงพ่อทัตตชีโวว่า "ทุกอย่างในชีวิตประจำวันที่เราเกี่ยวข้องด้วยให้ทำให้เรียบร้อยเราจะได้ความเป็นระเบียบในใจใจเราจะสงบเข้ากลางง่าย" ท่านเล่าว่า "สมัยยายเข้ามาเรียนธรรมะใหม่ๆต้องต่อสู้กับอุปสรรคมากมีคนกลั่นแกล้งอิจฉาริษยาเยอะ แต่ยายก็ไม่เป็นอะไรเขาจับผิดยายไม่ได้เพราะยายไม่เคยผิดกฎระเบียบไม่เคยผิดวินัยเลย"



คุณธรรมข้อที่ 12 รักการประพฤติพรหมจรรย์
สมัยเริ่มสร้างวัด ก่อนที่จะมีศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม มีคนกล่าวว่า "บ้านยายจันทร์น่ะเหรอมีแต่หนุ่มสาวจะไปสร้างวัดอะไรสำเร็จ" ตอนนั้นมีแต่นักศึกษาอยู่ในวัยหนุ่มสาวเขาก็เลยไม่เชื่อ ดังนั้นคุณยายจะเข้มงวดเรื่องการประพฤติพรหมจรรย์มากๆ เพราะถ้าไม่เข้มงวดเรื่องนี้การสร้างบารมีก็ไม่สำเร็จ

เมื่อคุณยายฯย้ายจากวัดปากน้ำภาษีเจริญมาศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม ตอนนั้นมีหลวงพี่บวชหลายรูปแล้วท่านจะมาฉันข้าวที่ครัวยามาเด็กวัดจะนั่งอยู่ถัดออกมา คุณยายฯก็ฉันข้าวที่ครัวยามาเหมือนกัน พอตอนเช้าพระเริ่มฉันคุณยายฯจะเดินมาพูดเสียงดังๆให้ทั้งพระและเด็กวัดได้ยินว่า "เนี่ยนะ ยายทำบุญ ยายอธิษฐานทุกวันเลยว่าเกิดไปกี่ภพกี่ชาติจนกว่าจะเข้าพระนิพพาน ขอให้ยายได้เกิดเป็นเพศชายได้บวชบำเพ็ญพรตประพฤติพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิตทุกๆ ชาติ อย่าให้ต้องไปแต่งงานเลยไม่ต้องไปครองเรือนเลย ขอให้ไม่ยินดีในเพศตรงข้ามให้ยินดีแต่เพศพรหมจรรย์" คุณยายพูดอย่างนี้ทุกๆ วันเป็น 10 ปี จนกระทั่งหลวงพ่ออายุเกิน 40 ปีไปแล้วคุณยายบอกว่า "เลข 4 ไม่เป็นไรหนังเริ่มเหี่ยวแล้ว" จึงเลิกพูด

ถ้าเด็กวัดเกิดปิ๊งใครขึ้นมาในใจ ท่านจะเดินไปเฉียดใกล้ๆแล้วพูดว่ายายอธิษฐานอย่างนี้ทุกวันเลยนะ จนคนนั้นเลิกคิด คุณยายฯย้ำอีกว่า"ถ้าเรายังไม่แต่งงานยังเป็นโสดเวลาเราทำบุญมี 100 บาท เราทำได้ 100 บาท เมื่อไรเรามีแฟนก็ทำได้ 50 บาทพอมีลูก 1 คนก็เหลือ 20 บาท พอมีลูก 2 คนไม่ต้องทำเลยเพราะไม่มีเงินเหลือ”

คุณยายฯสอนว่า "พวกเราก้าวเข้ามาในวัดแล้ว เราเหมือนเข้ามาในสมรภูมิรบ" คือ รบกับกิเลสในตัวเราเองต้องอดทนเดินหน้าสร้างความดีอย่างเดียว ถ้าหากถอยหลังออกไปจากวัดโอกาสจะสร้างบารมีก็ลดลง ชีวิตก็จะตกต่ำลงเพราะว่าหมู่คณะเราสร้างบารมีรวดเร็ว เหมือนรถด่วนขบวนสุดท้ายคือ ตั้งแต่เริ่มหลวงพ่อก็วางแผนแล้วก็สร้างบุญตลอด ถ้าใครไม่ได้มาวัดสักเดือนหนึ่งเมื่อกลับมาอีกครั้งจะจำไม่ได้เลย ยิ่งปีหนึ่งกลับมายิ่งรู้สึกผิดหูผิดตา

การที่เราได้อยู่บนรถด่วนขบวนสุดท้าย เราจะอยู่ข้างหน้า ข้างหลังหรือตรงกลางเราได้บุญไปด้วยกันหมดจะถึงพร้อมกัน เพราะฉะนั้นเราต้องเกาะกันไปให้ดีอยู่กันเป็นทีมอย่าให้หลุดออกไป
สำหรับผู้หญิง เราเป็นเพศที่อาภัพเพราะเราเกิดด้วยกรรมกาเมฯ การสร้างบารมีของเราไม่สะดวกสบายเหมือนอุบาสกหรือพระ เป็นเพศภาวะที่อ่อนแออารมณ์อ่อนไหวง่ายแปรปรวนง่ายน้อยอกน้อยใจง่าย

คุณยายฯเตือนเราว่า “ยายแก่แล้ว คนแก่ไปอยู่ที่ไหนไม่มีใครต้องการเขาคิดแต่จะไล่ออกจากบ้านถ้าไม่มีความดีเพียงอย่างเดียวไม่มีใครเขาต้องการ” ท่านเตือนให้เราสั่งสมความดีในขณะที่เรากำลังแข็งแรง ผู้หญิงพออายุมากจะใช้ปากเยอะ คือขี้บ่น จู้จี้ จุกจิก มีเรื่องอิจฉาริษยากำลังก็ลดลงทำอะไรก็ไม่ไหวไม่มีใครอยากได้ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ จึงต้องสร้างความดีไว้มากๆ แต่ถ้าพระภิกษุมีบาตรใบเดียวท่านไปได้ทั่วโลกยิ่งอายุมากเป็นหลวงตายิ่งมีคนศรัทธา

เมื่อญาติโยมเข้ามาวัด เขาต้องการกราบหลวงพ่ออยากใกล้ชิดหลวงพ่อแต่สมัยนี้ไม่มีโอกาสได้เข้าพบท่าน เขาจะคาดหวังจากเราเพราะถือว่าเราอยู่เขตในใกล้ชิดหลวงพ่อมากกว่า เขาก็จะดูเราเป็นต้นแบบของการสร้างความดี ไม่เพียงแต่เราอยู่ในสายตาของญาติโยม แม้แต่เทวดาทั้งหลายทุกชั้นต่างก็จับจ้องมองเรา คอยอนุโมทนาและได้บุญไปด้วย เมื่อเราตัดสินใจเสียสละทุกสิ่งทางบ้าน เข้ามาในวัดแล้วต้องทำตัวเป็นต้นแบบในการสร้างความดีให้เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ตั้งใจให้ดีให้ชีวิตเรามีเป้าหมายอย่าให้หมดไปวันหนึ่งคืนหนึ่ง

การทำความดีของคุณยายฯไม่ใช่ทำเพียงวันเดียวเดือนเดียวหรือปีเดียวแต่ท่านทำทุกวันทำตลอดชีวิต ทำสม่ำเสมอเป็นปกติเป็นนิสัยเป็นธรรมชาติของท่าน ชีวิตของท่านเป็นชีวิตที่มีคุณค่ามากเป็นชีวิตของนักสู้แต่ไม่ใช่สู้ด้วยกำลังไม่ได้สู้กับใครๆท่านสู้กับกระแสกิเลสในตนเป็นชีวิตที่เกิดมาเพื่อสร้างบารมีอย่างเดียวใจของท่านเข้มแข็งแข็งแกร่งประดุจเพชร 

บุญของคุณยายมหาศาลแต่ท่านไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างบุญจนถึงวาระสุดท้าย ตลอดชีวิตคุณยายฯท่านกลัวว่า บุญจะน้อยท่านจึงรักบุญรักธรรมะรักในการสร้างความดี คุณยายฯบอกเสมอว่า “พวกเราเกิดมาสร้างบารมีนะ เพราะฉะนั้นต้องสร้างความดีทุกอนุวินาทีเพราะว่าชีวิตในเมืองมนุษย์สั้น เดี๋ยวก็วันเดี๋ยวก็คืนเดี๋ยวก็หมดเวลาแล้ว ยายเข้าวัดมาตั้งแต่อายุ 29 ปียังมีความรู้สึกว่ายายยังได้บุญไปนิดเดียว”

ขอให้พวกเราได้ดำเนินตามปฏิปทาของคุณยายฯ มีคุณยายฯเป็นต้นบุญต้นแบบที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการสร้างบารมีได้ตามติดหลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่และมหาปูชนียาจารย์จนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม อย่าให้ตกรถด่วนขบวนสุดท้ายนี้เลย สาธุ

Cr.หนังสือต้นแบบนักสร้างบารมี


 บทสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 


ในวาระวันคล้ายวันเกิดคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์  ขนนกยูง(ครูผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย) วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ.2562 ครบ 110ปี ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก ขอกราบเรียนเชิญผู้มีบุญทุกท่านร่วมสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตรให้ได้ 1,040,019,110 จบ  เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและบูชาธรรมคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง(ครูผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย) ณ วัดพระธรรมกาย พระมหาธรรมกายเจดีย์ พระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์ บุญใหญ่รอทุกท่านอยู่ บุญใครทำใครได้ บุญไม่มีใครทำแทนกันได้ บัณฑิตคือผู้อุดมด้วยศีลสมาธิและปัญญา ย่อมแสวงหาบุญเป็นที่พึ่ง ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของศิษย์ดี ศิษย์ดีต้องมีความกตัญญู ความสุขความเจริญจะบังเกิดแก่ผู้มีบุญทุกท่าน ที่มาร่วมกันสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัยด้วยบทสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้.


ขอกราบอนุโมทนาบุญกับผู้มีบุญทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ สาธุค่ะ

ขอขอบคุณที่มา:
 รูปภาพคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง(ครูผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย)
รูปภาพคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาทองสุข สำแดงปั้น(ครูคนแรกของคุณยายฯ)
คุณธรรม 12 ประการจากหนังสือต้นแบบนักสร้างบารมี
บทสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

ประโยชน์ที่ได้รับ...จากการทำสมาธิ

    สมาธิก่อให้เกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง บางคนหากไม่ได้สังเกตก็อาจไม่ทันรู้ตัวว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้นเป็นผลมาจากสติปั...